
เครื่องทดสอบความปลอดภัยที่ชาร์จรถ EV | GOSSEN PROFITEST
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังกลายเป็นกระแสหลักของโลก “สถานีชาร์จ” หรือ ที่ชาร์จรถ EV ก็เพิ่มขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะติดตั้งในบ้าน คอนโด อาคารสำนักงาน หรือสถานีสาธารณะ แต่รู้หรือไม่ว่า… ที่ชาร์จรถ EV มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้าไม่ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแรงสูง หากไม่มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ:
- ความเสี่ยงที่เกิดจากสายชาร์จรถ EV ที่ชำรุด
- มาตรฐานความปลอดภัยที่ควรรู้
- บทบาทของ GOSSEN PROFITEST E-MOBILITY ในการตรวจสอบระบบชาร์จ EV ตามมาตรฐานสากล
ทำไมที่ชาร์จรถ EV ต้องได้รับการตรวจสอบ?
อันตรายที่มองไม่เห็นจากระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
สถานีชาร์จรถ EV ส่วนใหญ่มักติดตั้งอยู่กลางแจ้ง ทำให้ต้องเผชิญกับ:
- ความชื้นจากฝน
- แสงแดดและความร้อนสะสม
- การเสื่อมของฉนวนและสายไฟ
- ความเป็นไปได้ของไฟรั่วหรือไฟลัดวงจร
ความเสี่ยงหากไม่มีการทดสอบระบบชาร์จอย่างสม่ำเสมอ
| ปัญหา | ผลกระทบ |
|---|---|
| สายชำรุด/ชำรุด | ผู้ใช้งานเสี่ยงถูกไฟดูด และอาจถึงชีวิต |
| สายสลัดวงจร | เสี่ยงต่อไฟไหม้บ้าน/อาคารที่ติดตั้ง |
| ฉนวนเสื่อม | ความต้านทานลดลง นำไปสู่ไฟรั่วหรือไฟร้อน |
| อุปกรณ์ป้องกันไฟดูดไม่ทำงาน | ความปลอดภัยหายไปทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน |
ดังนั้น การใช้ เครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นสิ่งที่ “ต้องมี” ไม่ใช่แค่ “ควรมี”
GOSSEN PROFITEST E-MOBILITY คืออะไร?
GOSSEN METRAWATT PROFITEST E-MOBILITY คือ อะแดปเตอร์ทดสอบความปลอดภัยของระบบชาร์จ EV ทั้งแบบ 1-Phase และ 3-Phase รองรับทั้ง Mode 2 และ Mode 3 และสามารถทดสอบฟังก์ชันต่างๆ ตามมาตรฐาน IEC 61851, VDE 0122-1, DIN VDE 0701-0702
คุณสมบัติเด่น
- ทดสอบความปลอดภัยของสายชาร์จรถ EV แบบครบวงจร
- รองรับการทดสอบ tripping test เช่น Reversed wire, PE to Phase
- ตรวจสอบ RCD ทั้ง current to trip และ time to trip
- ทดสอบค่าความต้านทานฉนวน (Insulation Resistance)
- ใช้ร่วมกับ แคลมป์วัดกระแสไฟรั่วในสาย PE
- ทดสอบ สถานะการชาร์จของยานยนต์ (Vehicle State) ตาม IEC 61851-1
- ใช้ร่วมกับเครื่องมือวัดต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย
ดูรายละเอียดสินค้า : Gossen PROFITEST EMOBILITY: เครื่องทดสอบความปลอดภัยของสายชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EVSE)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่ชาร์จรถ EV และการทดสอบระบบ
ถ้าไม่ทดสอบสายชาร์จรถ EV จะเกิดอะไรขึ้น?
ผู้ใช้งานเสี่ยงถูกไฟดูด หรือระบบอาจเกิดไฟรั่วโดยไม่มีใครรู้ หากไม่มีระบบ RCD ที่ทำงานได้จริง อาจเกิดอันตรายถึงชีวิต
การทดสอบที่ชาร์จรถ EV ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ควรทำ หลังการติดตั้งทันที และซ้ำทุก 6–12 เดือน โดยเฉพาะในพื้นที่ติดตั้งกลางแจ้ง หรือมีความชื้นสูง
PROFITEST E-MOBILITY ต่างจากมัลติมิเตอร์ทั่วไปอย่างไร?
ต่างโดยสิ้นเชิง เพราะอุปกรณ์นี้ออกแบบมาเพื่อทดสอบ “สถานีชาร์จ EV” โดยเฉพาะ ทั้งในด้าน ระบบควบคุม, ความปลอดภัย, และ การจำลองเหตุผิดปกติ
ใครควรใช้ GOSSEN PROFITEST E-MOBILITY?
เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับ:
- บริษัทรับเหมาติดตั้งที่ชาร์จรถ EV
- วิศวกรไฟฟ้า หรือช่างตรวจสอบระบบพลังงาน
- ฝ่ายซ่อมบำรุงอาคาร/ศูนย์การค้า/คอนโด
- หน่วยงานราชการ เช่น กฟภ., กฟน., กรมพัฒนาพลังงาน
- บริษัทที่ให้บริการ EV Charging Solution
ไม่ว่าจะเป็น EV Wallbox ในบ้าน หรือ EV Station ในศูนย์บริการ — ทุกจุดชาร์จจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบด้วยเครื่องมือมาตรฐานเช่นนี้
สรุปความปลอดภัยของที่ชาร์จรถ EV ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม
ความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ระบบชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานยังอาจแฝงด้วยความเสี่ยง หากไม่มีการตรวจสอบสม่ำเสมอ
GOSSEN PROFITEST E-MOBILITY จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยของที่ชาร์จรถ EV ได้อย่างแท้จริง โดยตรวจสอบระบบได้ครบถ้วนตามมาตรฐานระดับสากล พร้อมป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากไฟรั่ว ลัดวงจร หรือฉนวนเสื่อม






